การดื่มสุราของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยมีแนวโน้มมากขึ้น และความคาดหวังจากการดื่มสุรา เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจ ของนักศึกษาต่อการที่จะดื่มสุรา การวิจัยครั้งนี้จึง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวังจากการดื่มสุรา พฤติกรรมการดื่มสุรา และความสัมพันธ์ระหว่างความคาดหวังจากการดื่มสุรากับพฤติกรรมการดื่มสุราของนักศึกษามหาวิทยาลัย กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นปีที่ 1-4 ในสถาบันการศึกษาของรัฐ จังหวัดเชียงราย ปีการศึกษา 2557 จำนวน 3 สถาบันการศึกษา จำนวน 612 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เก็บรวบรวมข้อมูลในเดือนเมษายน ถึงเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2557 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล2) แบบประเมินความคาดหวังจากการดื่มสุราของ ยัง และโออี (Young & Oei, 1996) และ3)แบบประเมินปัญหาการดื่มสุรา ขององค์การอนามัยโลก (WHO, 2011) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์หาความสัมพันธ์โดยใช้สถิติไคสแคว์ ผลการศึกษาพบว่า 1. พฤติกรรมการดื่มสุราของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย มี 4 กลุ่ม คือ มีพฤติกรรมการดื่มสุราแบบความเสี่ยงต่ำร้อยละ 32.68 พฤติกรรมการดื่มสุราแบบเสี่ยงร้อยละ 46.73 พฤติกรรมการดื่มสุราแบบอันตรายร้อยละ 10.95 และพฤติกรรมการดื่มแบบติดสุราร้อยละ 9.64 2. ความคาดหวังจากการดื่มสุราของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความคาดหวังจากการดื่มสุรา ในด้านการลดความตึงเครียดร้อยละ 66.80 ด้านความกล้าแสดงออกร้อยละ 61.90 ด้านความรู้สึกพึ่งพิงร้อยละ 53.80 ด้านการกระตุ้นในเรื่องเกี่ยวกับเพศร้อยละ 53.30 ด้านการเปลี่ยนแปลงภาวะอารมณ์ร้อยละ 51.00 และด้านการเปลี่ยนแปลงการรู้คิดร้อยละ 44.90 3. ความสัมพันธ์ระหว่างความคาดหวังจากการดื่มสุรากับพฤติกรรมการดื่มสุราของนักศึกษามหาวิทยาลัย แสดงให้เห็นว่า 3.1 ความคาดหวังด้านความกล้าแสดงออกมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มสุราอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01 (=15.28, df=3) 3.2 ความคาดหวังจากการดื่มสุรา ด้านการเปลี่ยนแปลงภาวะอารมณ์ ด้านความรู้สึกพึ่งพิง ด้านการกระตุ้นในเรื่องเกี่ยวกับเพศ ด้านการเปลี่ยนแปลงการรู้คิด และด้านการลดความตึงเครียด ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดื่มสุรา ผลวิจัยที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้วางแผนในการป้องกันการดื่มสุราของนักศึกษามหาวิทยาลัย