งานวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้อัตลักษณ์ทางเพศของวัยรุ่น ในแง่ การรับรู้ลักษณะความเป็นหญิงชาย (gender identity) วิถีทางเพศ (sexual orientation) และรูปแบบความสัมพันธ์หรือความต้องการทางเพศ (sexual relation or desire) รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศของวัยรุ่น ตลอดจนนำเสนอรูปแบบและแนวทางในการพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศที่พึงประสงค์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (key informants) ประกอบด้วย เด็กวัยรุ่นตอนต้นและตอนปลายจำนวน 60 คน และครู บิดามารดาหรือผู้ปกครอง จำนวน 38 คน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลในโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนมัธยมศึกษา และมหาวิทยาลัย ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ การวิเคราะห์ข้อมูลทำควบคู่ไปกับการเก็บข้อมูล ผู้วิจัยนำข้อมูลมาถอดความคำต่อคำ วลีต่อวลี ประโยคต่อประโยค และทำการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (contentanalysis) ผลการวิจัย พบว่า เด็กวัยรุ่นไทยส่วนหนึ่ง ได้รับการพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศที่ไม่สมดุลที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยมีสาเหตุมาจาก การเลี้ยงดูในครอบครัว อิทธิพลของสื่อ ค่านิยมทางเพศของเด็กวัยรุ่นที่แปรเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ ที่ตอกย้ำความไม่เสมอภาคทางเพศ การใช้เรือนร่างของผู้หญิงในการโฆษณาสินค้า ผู้หญิงถูกชักจูงให้มีทัศนคติว่าคุณค่าของตนอยู่ที่รูปร่างที่สวยงาม เซ็กซี่ ดึงดูดเพศตรงข้าม บุคลิกภาพที่เก๋ เท่ห์ และการแต่งกายที่ทันสมัย ในขณะเดียวกัน สังคมได้สร้างคุณค่าของชายให้เป็นใหญ่ในเรื่องประสบการณ์ทางเพศ ความเห็นแก่ตัว และการขาดความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง การนำความได้เปรียบทางสรีระร่างกายที่แข็งแรง บึกบึน ไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความรุนแรง นอกจากนี้ เด็กวัยรุ่นกลุ่มเพศที่สาม มีแนวโน้มที่จะรวมกลุ่มกัน และกล้าเปิดเผยวิถีทางเพศของตน รวมทั้งเรียกร้องให้สังคมยอมรับ ขณะเดียวกัน สังคมไทยก็ประสบกับปัญหาความอ่อนแอของสถาบันครอบครัว ที่ไม่ตระหนักและรู้เท่าทันต่อสภาพการณ์ของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่ไม่เพียงพอหรือไม่ถูกต้องโดยเฉพาะในเรื่องเพศ ขาดองค์ความรู้และรูปแบบวิธีการในการป้องกัน แก้ไข หรือจัดการกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อสภาพปัญหา โดยเฉพาะมาตรการควบคุมสื่อ การจัดระเบียบสังคม การกำหนดมาตรการและวิธีปฏิบัติของสถานศึกษา ขาดการสร้างเสริมให้บิดามารดา ผู้ปกครอง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาอัตลักษณ์ทางเพศที่เหมาะสม รวมทั้ง ขาดการเตรียมความพร้อมให้เด็กวัยรุ่น มีความรู้ ทักษะ และความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องอัตลักษณ์แห่งตนและเพศศึกษา